6 งานบ้านที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี่แบบจัดเต็ม

6 งานบ้านที่ช่วยเผาผลาญแคลอรี่แบบจัดเต็ม

 

สาวๆ ในยุคปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายมากนัก เพราะมัวแต่ทำงานนอกบ้านจนไม่มีเวลาปลีกตัวไปออกกำลังกายแบบจริงๆ จังๆ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้นานวันเข้าก็จะมีหุ่นอ้วนฉุแน่นอน แต่ถ้าหากว่าเราได้ทำงานบ้านเป็นประจำทุกวัน ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายทางหนึ่งด้วย ลองมาดูกันดีกว่าว่างานบ้านประเภทไหนบ้างที่จะช่วยให้เราเบิร์นไขมันออกมามากที่สุด

 

  1. ล้างจาน
    การล้างจานจะช่วยให้เราได้ใช้พลังงานถึง63 แคลอรี่ต่อครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียวแหม ถ้าล้างจานกองโตๆ ก็อาจจะช่วยเบิร์นได้เยอะกว่านี้นะเนี่ย
  2. กวาดบ้านถูบ้าน
    รู้ไหมคะว่าการกวาดบ้านถูบ้านเป็นประจำทุกวันนั้น จะช่วยให้เราเบิร์นพลังงานได้ถึง376-752 แคลอรี่เลยทีเดียว
  3. ตัดหญ้า
    กิจกรรมนี้อาจจะดูเป็นงานบ้านที่หนักสำหรับสาวๆ ไปหน่อย แต่การตัดหญ้าหน้าบ้านราวๆ ครึ่งชั่วโมง ก็จะช่วยให้เราได้เบิร์นพลังงานไปได้อย่างน้อย 135 แคลอรี่เชียวนะและถ้ายิ่งต้องออกแรงตัดหญ้าบนพื้นที่ที่ขรุขระ ก็จะยิ่งต้องออกแรงหนักขึ้น ทีนี้ก็จะช่วยเบิร์นพลังงานไปได้เยอะเลยล่ะ
  4. ซักผ้า
    การซักผ้าจะช่วยให้เราได้เผาผลาญพลังงานได้ประมาณ 100 แคลอรี่ ยิ่งถ้าเป็นการซักด้วยมือแล้วจะยิ่งช่วยเผาผลาญได้ดีขึ้นไปอีกค่ะ
  5. จัดเตียง
    รู้ไหมคะว่าการจัดเตรียมเตียงนอนให้น่านอนก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายได้ด้วย เพราะในขณะที่เราออกแรงดึงผ้าปูเตียงให้ตึง พับผ้าห่ม จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานไปได้ถึง 70 แคลอรี่เลยล่ะ
  6. ล้างรถ
    กิจกรรมล้างรถนอกจากจะทำให้พาหนะคันโปรดดูสะอาดเอี่ยมอ่องแล้ว ยังทำให้เราได้ใช้พลังงานไปถึง 150 แคลอรี่ ด้วยนะ

 

 

6 เคล็ดลับดูแลสุขภาพผมให้เงางาม

6 เคล็ดลับดูแลสุขภาพผมให้เงางาม

เส้นผมบนหนังศีรษะของเราถือว่าเป็นส่วนประกอบหนึ่งของร่างกาย ซึ่งถ้าเราไม่ดูแลดีๆ ก็อาจจะทำให้ผมเสียจนขาดความมั่นใจได้ เพราะฉะนั้นการดูแลรักษาเส้นผมเป็นประจำคือเคล็ดลับที่จะช่วยให้ผมเงางาม มีน้ำหนักน่าสัมผัสค่ะ มาดูกันดีกว่าว่ามีเคล็ดลับอะไรบ้าง

  1. สระผมอย่าลืมนวดหนังศีรษะด้วย                                                                                                    ในขณะที่สระผมอยู่ให้ใช้มือขยุ้มเบาๆ ที่หนังศีรษะ จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนโลหิตทั่วบริเวณหนังศีรษะ ทำให้น้ำมันตามธรรมชาติไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้ดียิ่งขึ้น ผมก็จะเงางามไม่หลุดร่วงง่ายค่ะ
  2. อย่าหวีผมขณะผมเปียก หลังสระผมควรเช็ดผมให้แห้งก่อนหวี เพราะการหวีขณะที่ผมเปียกจะทำให้เส้นผมของเราขาดง่าย
  3. ใส่ใจเวลาไดร์ผม สาวๆที่ชอบไดร์ผม ก็ควรใช้ไดร์เป่าผมเป่าจากโคนผมไปสู่ปลายผม เพราะจะช่วยให้เกล็ดผมจะเรียงตัวตามธรรมชาติทำให้เส้นผมนุ่มสลวยไม่ชี้ฟู
  4. กินอาหารที่มีประโยชน์   ควรกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านกระบวนการขัดสีต่างๆ เพราะจะเข้าไปทำลายความแข็งแรงของเส้นผมได้ค่ะ
  5. ปกป้องเส้นผมจากแสงแดด ถ้าหากมีกิจกรรมกลางแจ้ง ก็ควรป้องกันเส้นผมจากแสงแดดและรังสียูวีโดยการสวมหมวกหรือผลิตภัณฑ์ปรับสภาพเส้นผมก่อนออกแดดเสมอ
  6. หมักผมเป็นประจำ สูตรหมักผมที่หลายคนการันตีแล้วว่าได้ผลจริงๆ คือนำใบชะอมประมาณหนึ่งกำมือมาต้มกับน้ำ คนให้เข้ากันแล้วทิ้งไว้ให้เย็น เก็บไว้แต่น้ำเท่านั้น หลังสระผมด้วยแชมพูและครีมนวดผมแล้วให้ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำชะอมที่เตรียมไว้พอหมาดๆ นำมาเช็ดเส้นผมให้ทั่ว ทิ้งไว้ 5-10 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยให้เส้นผมดูเงางามและสุขภาพดีขึ้นค่ะ

 

 

 

5 สูตรบำรุงผมและหนังศีรษะให้สวยเป็นธรรมชาติ

5 สูตรบำรุงผมและหนังศีรษะให้สวยเป็นธรรมชาติ

เดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์ในเรื่องของการบำรุงเส้นผมหลากหลายชนิดให้เราได้เลือกใช้กันมาก ซึ่งแต่ละชนิดก็จะแบ่งออกไปตามสภาพเส้นผมของเรา  และเพื่อให้เส้นผมของเราสวยและแข็งแรง เราจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมตามสภาพผมของตัวเองด้วย เพื่อเป็นการบำรุงเส้นผมอย่างถูกจุดนั่นเองค่ะ

  1. บำรุงเส้นผมให้สวยด้วยโยเกิร์ต ใช้หมักผมสำหรับคนที่ต้องการฟื้นฟูสภาพเส้นที่เสียผมค่ะ วิธีการก็ง่ายๆ เลยเพียงแค่ชะโลมโยเกิร์ตลงไปที่เส้นผมโดยตรง หรืออาจจะผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อยก็ได้ หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หลังสระผมเสร็จ ล้างออกด้วยน้ำเย็นเพื่อเป็นการปิดเกร็ดผมไม่ให้เส้นผมกลับมาแห้งเสียได้อีก แล้วเช็ดผมให้แห้งสนิทค่ะ
  2. บำรุงเส้นผมให้สวยด้วยการนวดน้ำมันมะกอกและน้ำมันมะพร้าว หลังจากที่เราเช็ดผมพอหมาดๆ แล้ว  ให้ใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันมะพร้าวนวดผม จะได้ผมที่ดกดำเป็นเงา นิ่มน่าสัมผัส น้ำมันมะพร้าวจะช่วยป้องกันผมแห้งแตกปลายได้ดีทีเดียว แถมไม่หงอกเร็วด้วยค่ะ
  3. บำรุงเส้นผมให้สวยด้วยเคราติน
    เคราตินเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่ช่วยทำให้เส้นผมเงางาม ช่วยลดอาการขาดหลุดร่วง และผมแตกปลายได้ค่ะ ลองชะโลมเคราตินลงบนเส้นผมที่ยังเปียกหมาดๆ จะทำให้เส้นผมของเราดีขึ้น และควรใช้ทุกวันหลังสระผมเสร็จใหม่ๆ เพื่อปิดเกร็ดผมไม่ให้ความชุ่มชื้นหายไปค่ะ
  4. บำรุงเส้นผมทำสีด้วยวิตามินและเซรั่ม
    ผมที่ทำสีแล้วก็ต้องดูแลเป็นพิเศษนะคะ  ไม่อย่างนั้นผมของเราก็จะกระด้าง ดูสุขภาพไม่ดี หลังจากสระผมให้นำวิตามินหรือเซรั่ม มาชโลมลงบนเส้นผมแล้วทิ้งไว้ให้แห้งเองตามธรรมชาติ แค่นี้ก็ช่วยให้เส้นผมของเรามีความชุ่มชื้นและนุ่มเหมือนก่อนทำสีผมแล้วล่ะค่ะ
  5. บำรุงเส้นผมด้วยคอนดิชันเนอร์ หลังจากที่สระผมเสร็จแล้ว ใช้คอนดิชันเนอร์เทใส่ฝ่ามือแล้วชโลมนวดลงปลายผม นวดไปสักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด จะช่วยป้องกันไม่ให้ผมแตกปลายได้ค่ะ

 

 

เสียงแหบ เรื่องแปลกที่ต้องระวัง

เพื่อนๆ เคยคุยกับคนที่มีเสียงแหบบ้างหรือเปล่าครับ อาการเสียงแหบนั้นฟังดูอาจไม่เป็นอันตราย เพราะเราคิดว่ามันเกิดจากการเจ็บป่วยเล็กน้อย แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า มันมีอาการเสียงแหบอีกแบบหนึ่งที่เป็นอันตรายมาก และหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้ถึงกับเสียชีวิตได้ แล้วเสียงแหบแบบไหนที่เข้าค่ายอันตราย มาดูกันครับ

เสียงแหบโดยทั่วไปมักเกิดจากอาการผิดปกติของร่างกาย เช่น เป็นหวัด เป็นไข้ ไอมากจนคออักเสบ หรือ แม้กระทั่งอาการเสียงแหบจากการใช้เสียงมาก (อาชีพนักร้อง และครู มักเป็นกันมาก) นอกจากนั้นเราอาจมีอาการเสียงแหบจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ และ เสียงแหบจากกรดไหลย้อนได้ด้วย แต่ตัวที่เป็นอันตรายที่สุดก็คือ เสียงแหบจากมะเร็งกล่องเสียง

โรคมะเร็งกล่องเสียงนอกจากจะเกิดกับผู้ที่สูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอลล์จัดแล้ว ยังเกิดกับ ผู้ที่สัมผัสกับใยหิน นิกเกิล ฝุ่นไม้ สี และสารเคมีบางชนิด เช่น กรดกำมะถัน เป็นเวลานานต่อเนื่อง อาการของโรคที่สังเกตได้ชัดคือ ผู้ป่วยเสียงแหบติดต่อกันนานเกิน 3 สัปดาห์ โดยไม่มีอาการเจ็บคอ หรือ เป็นไข้ บางรายมีอาการกลืนลำบากอาจมีการสำลักร่วมด้วย หากไม่ได้รับการรักษาอาการจะหนักขึ้น โดยมีเลือดปนออกมากับเสมหะ หายใจลำบาก มีก้อนแข็ง (ต่อมน้ำเหลืองเริ่มโต) ที่บริเวณลำคอ หากท่านผู้อ่านมีอาการอย่างนี้แล้วละก็ รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อที่แพทย์จะได้ทำการรักษาได้ทัน โดยแพทย์จะทำการตรวจสอบเนื้องอกที่กล่องเสียง และอาจมีการตัดชิ้นเนื้อเพื่อพิสูจน์เซลล์มะเร็ง หากแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งกล่องเสียงจริง แพทย์จะทำการรักษาตามขั้นตอนต่อไป

สวยใส ไร้ฝ้า หน้าเป๊ะ ด้วยวิธีบ้านๆ

สาวๆ หลายคนอาจจะเคยเจอปัญหาหน้าเป็นฝ้า ไม่น่ามอง บางคนเป็นมากจนหมดความมั่นใจ ไม่อยากออกจากบ้านไปเลยก็มี ฝ้านับได้ว่าเป็นปัญหาที่บั่นทอนจิตใจของสาวๆ อย่างมาก แต่ไม่ต้องกังวลใจไปครับ เพราะวันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการแก้ฝ้า หน้าดำ แบบบ้านๆ วิธีง่ายๆ สไตล์คนไทย ไม่ต้องไปพึ่งยากระปุกเป็นหมื่น ให้ผื่นขึ้นหน้า

สาเหตุส่วนใหญ่สำหรับท่านที่หน้าเป็นฝ้ามีดังนี้ครับ

  1. ความอ้วน ใช่แล้วละครับ ท่านอ่านไม่ผิด ภายในไขมันจะมีเอนไซม์ที่สามารถเปลี่ยนฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต ให้กลายเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน และเจ้าฮอร์โมนตัวนี้เองที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า หากมีมากเกินไป น้องฝ้าจะมาขึ้นบนหน้าคุณอย่างแน่นอน ทางที่ดีพยายามควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมจะเป็นการดีที่สุดครับ
  2. การรับประทานเนื้อสัตว์มากเกินไป คุณรู้หรือไม่ว่าในเนื้อสัตว์ที่คุณรับประทานนั้น มีฮอร์โมนยาปฎิชีวนะต่างๆ ที่ใช้สำหรับเลี้ยงมันอยู่ ซึ่งฮอร์โมนยาปฎิชีวนะเหล่านี้นี่เองจะเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย มีมากเกินไป ก่อให้เกิดฝ้าง่ายขึ้น
  3. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ และ กาแฟ เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้จะเข้าไปเพิ่มฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายของคุณผู้หญิงอย่างน่าตกใจ จากข้อมูลพบว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละ 4 – 5 ถ้วย จะมีปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนมากกว่าผู้หญิงที่ดื่มกาแฟวันละถ้วยถึง 70%

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราควรหันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น ทานเนื้อปลาแทนเนื้อสัตว์ เพิ่มผักผลไม้ งดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้ฝ้าก็จะไม่มากวนใจสาวๆ อีกต่อไป